อาหารเสริมบำรุงสายตา June 2015 | อาหารเสริมบำรุงสายตา

ปัจจุบัน อาหารเสริมบำรุงสายตา มีความยิ่งใหญ่มากยิ่งขึ้น  มีไว้เพื่อตอบโจทย์สำหรับผู้มีคำถามสายตานานาชนิด เพราะตอนนี้ผู้คนต่างใช้สายตากันมากขึ้น ต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน  เนื่องจากอาการที่เกิดขึ้นต่างๆนั้น อาจมาจากการเสื่อมของเซลในร่าง ในดวงตาของเรา บางท่านอาจมาจากทางพันธุกรรม หรือ ส่วนใหญ่มาจากการเพ่งมองโดยใช้สายตามากเกินไป ใช้สายตาเกินกำลัง รวมถึงประเทศไทยเราก็เป็นเมืองร้อน แสงแดดร้อนแรง มาก และะแสงไฟก็มีผลกระทบด้วยเช่นกัน อาชีพต่างๆที่ต้องใช้สายตาเพ่งพิศมากๆ เช่น  อาชีพต่างๆทางคอมพิวเตอร์ ช่างเจียระนัยเพชร หรือช่างทองทำลวดลายต่างๆ  หรือผู้ที่ชอบเล่นเกมส์ในมือถือมากเกินไป วันละหลายๆชั่วโมง

ในยุคศตวรรษนี้ เทคโนโลยีได้ล้ำหน้ามากขึ้นกว่าแบบก้าวกระโดดทีเดียว การใช้คอมพิวเตอร์เดิมนั้นจะใช้กับบุคคลที่ทำงานเฉพาะอาชีพเท่านั้น เช่น โปรแกรมเมอร์ นักวิเคราะห์ระบบ ,งานดูแลเว็บไซต์ ซึ่งต้องนั่งเพ่งหน้าจอกันทั้งวันทีเดียว อาหารเสริมบำรุงสายตา ราคาถูก  สมัยก่อนก็มีน้อย หรือแทบไม่มี เนื่องจากบริษัทที่ผลิตจำหน่ายยังมีน้อยอยู่ หลังจากกที่มีกำเนิดสมาร์ทโฟน มือถือยี่ห้อต่างๆ  อย่างที่เราๆท่านๆ ได้ใช้อยู่ พฤติกรรมการดำรงชีวีตของแต่ละคนก็เปลี่ยนแปลงไป ทันสมัยขึ้น ข้อดีก็คือทำให้การสื่อสารได้สะดวกโดยทันทีขึ้น สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะสำหรับนักธุรกิจ  การใช้ซอฟแวร์ต่างๆเพื่อรองรับสมาร์ทโฟนมีมากขึ้น โดยมีการจัดเก็บฐานข้อมูลต่างๆในสมาร์ทโฟนได้ และสามารถพรีเซ้นต์งานต่างๆได้อย่างรวดเร็ว ทำให้นักธุรกิจสามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำขึ้น แต่ปมที่ตามมาคือ คนกลุ่มนี้จะประสบปัญหาทางสายตามากกว่าคนกลุ่มอื่น เนื่องจากเราต้องใช้สายตาตลอดเวลากันนั่นเอง

อาการทางสายตาหลายๆอย่างที่เกิดขึ้นเราสามารถปกป้องรักษาได้  หากเรารู้จักดูแลตัวเอง ดูแลถนอมสายตาของเรา และเมื่อเราต้องทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ เราควรหาวิธิปกปักรักษาและดูแลบำรุงสายตากัน เพื่อให้สายตาของเรามีสุขภาพที่ดี และใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดไป

วิธีในการดูแลจักษุให้สดใสและสวยที่สำคัญคือพักให้เพียงพอ ดื่มน้ำสะอาดวันละ 8 แก้ว เพื่อทำให้ดวงตาสดชื่น หลีกเลี่ยงการโดนลมแรงและแสงแดดจ้า เพราะจะทำให้ตาแห้ง ควรหาแว่นใส่ไว้เพื่อป้องกัน ไม่ใช้สายตากับบางสิ่งมากเช่นจอคอมพิวเตอร์ ต่อเนื่องนานเกินไปเป็นประจำ และไม่ควรนอนคว่ำหน้าเอาหน้าถูหมอน ถ้าทุกท่านทำได้ก็จะช่วยให้ดวงตาสดใสได้ค่ะ แต่ถ้าเราหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้นไม่ได้  เราจะควรจะหาตัวช่วยนะค่ะ  ได้แก่ พักสายตาทุก 30 นาที,ทานผักผลไม้ที่มีวิตามินเอสูง, กระพริบตาให้บ่อยขึ้น, ผ่อนคลายกล้ามเนื้อดวงตา หรือกรอกตาไปมา เพื่อบริหารสายตา, รับประทาน วิตามินบำรุงสายตา  ลองดูกันเลยนะค่ะ

พักสายตาทุก 30 นาที  เมื่อสายตาเราเพ่งมองอะไรนานๆเกินไป สายตาจะเกิดอาการเมื่อย หรืออาการพร่ามัวได้ เราควรหยุดพักสายตากันบ้าง โดยบริหารสายตา ด้วยการกรอกตาไปมา หรือมองไปรอบๆมองไม้ใหญ่สีเขียว หรือวิธีง่ายๆคือโฟกัสที่นิ้วชี้ของตัวเอง โดยการยกนิ้วชี้ให้ได้ระดับเดียวกับสายตาแล้วยืดนิ้วให้ห่างออกชิดเข้า แล้วให้ดวงตาซ้ายขวา มองตาม สัก 2-3 นาทีกันนะค่ะ ดิฉันลองดูแล้ว ใช้ได้ผลดีเลยค่ะ

ทานผักผลไม้ที่มีสารอาหารบำรุงสายตา

แครอท พบว่ามีสารเบต้าแคโรทีนมากที่สุดในบรรดาผักสีส้ม และยังมีวิตามินและแร่ธาตุอื่นๆอีกหลายแบบ ซึ่งช่วยธำรงรักษาดวงตาคู่สวยได้ดี เพราะมีผลต่อปฎิกิริยาเคมีของดวงตาต่อแสง วิตามินเอยังช่วยในเรื่องฉวี และช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคต่างๆได้ดี

ฟักทอง ช่วยบำรุงสายตา ผิว ระบบย่อยอาหาร บำรุงตับไต สร้างเซลล์ใหม่แทนที่เซลล์เก่าที่ตายไป พบว่ายังมีสารลูทีนที่ช่วยปกป้องการเสื่อมของจุดหรือแสงสีของเรตินาด้วย มีวิตามินเอ มีเบต้าแคโรทีนซึ่งสารแอนตี้ออกซิแดนซ์สูง

มะม่วงสุก อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี ฟอสฟอรัส ใยอาหาร ซึ่งเป็นผลไม้บำรุงดวงตาได้ดี ธำรงเหงือกและฟัน  ช่วยให้ผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่ง ลดสิวและริ้วรอยก่อนวัย และมะม่วงยังเป็นลูกไม้ยอดนิยมของคนไทยด้วยรสชาดที่แสนหอมหวาน อร่อย เป็นที่ถูกปากกันเลยค่ะ

ผักบุ้ง  ชาวไทยส่วนใหญ่จะรู้กันอยู่แล้วว่าเป็น อาหารบำรุงเสายตา สรรพคุณ ช่วยให้ไม่แสบตา ไม่ปวดตา ทานแล้วดวงตาสดใสสว่าง  ในผักบุ้งมีทั้งวิตามินเอ และวิตามินซี รวมถึงเบต้าแคโรทีน มีเกลือแร่ มีธาตุเหล็กที่ช่วยคงไว้เลือด การนำผักบุ้งมาประกอบอาหารเช่นนำมาผัด ควรใส่น้ำมันแต่น้อย หรือจะนำมาลวกเพื่อทานกับน้ำพริกก็ดีเพราะไม่มีน้ำมันที่ทำให้อ้วนได้

ตำลึง เป็นผักพื้นบ้านของไทย ราคาไม่แพงแต่ได้คุณค่าทางอาหารสูง ตำลึงเป็นพืชที่มีเบต้าแคโรทีนที่ดีที่สุด โดยเบต้าแคโรทีนเป็นสารกลุ่มคาโรทีนอยด์ ทำหน้าที่กรองแสงให้กับตา ป้องกันไฟเบอร์ของเบบนส์ตาจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการถูกออกซิไดซ์ด้วยแสง สามารถป้องกันการเกิดต้อได้  สามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ จัดว่าเป็นสารกลุ่มคาโรทีนอยส์ที่มีประสิทธิภาพการทำงานที่ดีสุด ทื่กล่าวกันว่า “ตำลึงบำรุงสายตา” นั้น ก็ถือเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง สารสำคัญคือเบต้าแคโรทีนเป็นสารต้านแอนตี้ออกซิเดชั่น จะช่วยลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระในรูป และยับยั้งการทำลายของออกซิเจนเดี่ยวและอนุมูลอิสระ ทั้งยังสามารถลดอัตราเสี่ยงของการเกิดเซลล์ที่พิศดารในระบบทางเดินอาหารได้ด้วย

มะเขือเทศ ทานเพียง 1 ผลก็จะได้วิตามินเอที่พอต่อร่างกายในแต่ละวันแล้ว นอกจากนี้ ยังมีโปรแดสเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียมและแร่ธาตุอื่นๆอีกหลายชนิด

พืชตะกูลเบอร์รี่ต่างๆ เช่น บลูเบอร์รี่ บิลเบอร์รี่ แครนเบอรี่และโช๊คเบอร์รี่ ที่ทั่วโลกยอมรับแล้วว่าดีต่อสายตาของเรามาก เพราะมีวิตามินเอ ช่วยในการมองเห็นในที่มือ และยังช่วยให้ผิวบุนัยน์ตา รวมทั้งเนื้อเยื่อต่างๆแข็งแรงขึ้น เบต้าแคโรทีน ยังช่วยในการเอาใจใส่สายตาและป้องกันการเกิดโรคตา เช่น ต้อกระจก โรคตาบอดกลางคืน มีลูทีน และซีแซนทีน ที่ช่วยกรองและปกป้องการได้รับรังสีจากแสงแดด ช่วยปกป้องเซลล์ของจอประสาทตา ไม่ให้ถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ สารแอสตาแซนธิน ช่วยป้องกันดวงตาจากรังสีอุลตร้าไวโอเลตและเหนี่ยวรั้งความเสื่อมได้

 

สารสกัดจากดอกดาวเรือง (Marigold Flower) จะให้สารสำคัญคือ ลูทีน ซึ่งจัดอยู่ในช่อแซนโทฟิลล์ เป็นสารสีเหลืองอยู่ในจำพวกแคโรทีนอยด์  โดยมีประโยชน์ต่อดวงตาเพราะมีสารสำคัญที่อยู่ในจุดรับภาพของดวงตาที่เรียกว่า “มาคูลา” สารอาหารลูทีนจะช่วยกรองแสงหรือป้องกันรังสีที่จะทำให้เกิดอันตรายต่อดวงตา และยังช่วยปกป้องไม่ให้เซลล์ขอจอประสาทตาถูกทำลาย

นอกจากนี้ ลูทีนยังทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในจักษุของคนเราอีกด้วย     เพราะดวงตาของเราจะมีสารอนุมูลอิสระอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งจะเป็นตัวทำลายล้างเซลล์      รับภาพและทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บเกี่ยวกับจอประสาทตาทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ได้  ยังพบลูทีน     ได้ในสมองในส่วนที่เกี่ยวกับการเห็นถึงร้อยละ 66 จึงเชื่อว่าลูทีนมีส่วนช่วยใน         การรับภาพและส่งต่อไปยังสมองได้ดีขึ้นอีกด้วย

กระพริบตาให้บ่อยขึ้น หลายๆครั้งที่เรารู้สึกว่าลูกตาของเราเมื่อยล้า พร่ามัว เป็นเพราะว่าเราขยับดวงตาน้อยเกินไป เนื่องจากเราใช้สายตาเป็นส่วนใหญ่จดจ้องเพ่งอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งนานๆ อาทิเช่น หน้าจอคอมพิวเตอร์, การขับรถระยะทางไกลเป็นเวลาหลายชั่วโมง หากเราไม่สามารถที่จะลุกขึ้นเพื่อยืดเส้นยืดสายได้ ให้ลองกระพริบตาบ่อยๆ เพื่อให้มีน้ำมาหล่อเลี้ยงจักขุให้ร่าเริงอยู่เสมอ การกระพริบตา 1-2 ครั้ง จะช่วยให้ดวงตาของเรากลับมาสดใส และช่วยลดปัญหาอาการตาแห้งได้

การผ่อนคลายกล้ามเนื้อนัยน์ตา เมื่อเราใช้สายตาเรามากเกินไป เช่นการอ่านหนังสือสอบ หรือการนั่งจ้องหน้าจอกันนานๆ สิ่งที่ตามมาคือจะเกิดอาการเมื่อยล้ากับร่างกายและจิตใจของเราเช่นบริเวณคอ บ่า ไหล่ รวมถึงดวงตาด้วย เมื่อเกิดอาการขึ้นแล้ว ให้หยุดทำงานแล้วหลับตาลงสักครู่ เพื่อผ่อนคลายความรู้สึกเมื่อยล้า หรืออาจจะหาผ้าชุบน้ำเย็นๆ บิดพอหมาดๆมาประคบไว้ที่ดวงตา เพื่อช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อตา น้ำเย็นจะช่วยหนุนความรู้สึกบริเวณดวงตา และทำให้เลือดไหลเวียนมาเลี้ยงนัยน์ได้ดีขึ้น  วมถึงจะได้พักผ่อนร่างกายส่วนอื่นด้วย วิธีนี้จะทำให้ดวงตาของเราแข็งขึ้น เมื่อเราลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง จะรู้สึกสบายตา ไม่เมื่อยล้าอีกแล้ว

 

Scridb filter